คำนวณเงินโครงการรัฐช่วยจ่าย 60 : 40

ใส่ยอดบิล แล้วรู้ทันทีว่ารัฐช่วยเท่าไร ลูกค้าต้องเติมเงินเองเท่าไร และถ้าใส่สิทธิ์ที่ลูกค้าเหลือด้วย จะบอกว่าซื้อได้ถึงยอดไหนโดยใช้สิทธิ์หมดพอดี ปรับสัดส่วนได้ตามที่โครงการรอบนั้นประกาศ ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องติดตั้ง

ภาพหน้าปกบทความ

ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณตามสัดส่วนที่กรอกเท่านั้น เงื่อนไขจริงของแต่ละโครงการ ทั้งสัดส่วน เพดานต่อวัน ร้านที่เข้าร่วม และสินค้าที่ใช้สิทธิ์ได้ ให้ยึดตามประกาศของหน่วยงานที่ดูแลโครงการเป็นหลัก

จุดที่คิดผิดบ่อยที่สุด คือตอนบิลชนเพดาน

ถ้าไม่มีเพดาน การคิดง่ายมาก บิล 500 บาท รัฐช่วย 60% คือ 300 บาท ลูกค้าจ่าย 200 บาท แต่โครงการลักษณะนี้มักมีเพดานต่อคนต่อวัน และตรงนี้เองที่หน้าเคาน์เตอร์คิดผิดกันบ่อย

เพราะเมื่อส่วนของรัฐชนเพดานแล้ว รัฐจะไม่จ่ายเพิ่มอีก ส่วนที่เหลือทั้งหมดเป็นของลูกค้า ลูกค้าจึงไม่ได้จ่าย 40% ของบิลอีกต่อไป แต่จ่าย ยอดบิล ลบ เงินที่รัฐช่วยจริง

ยอดบิลรัฐช่วย 60% (เพดาน 150/วัน)ลูกค้าจ่ายถ้าคิดผิดเป็น 40% จะได้
200 บาท120 บาท80 บาท80 บาท (ตรงกัน)
250 บาท150 บาท (พอดีเพดาน)100 บาท100 บาท (ตรงกัน)
500 บาท150 บาท (ชนเพดาน)350 บาท200 บาท — ขาดไป 150 บาท
1,000 บาท150 บาท (ชนเพดาน)850 บาท400 บาท — ขาดไป 450 บาท

เพดานคุ้มบิลได้ถึงเท่าไร เอาเพดานหารด้วยสัดส่วนของรัฐ เช่น เพดาน 150 บาท รัฐช่วย 60% จะคุ้มบิลได้เต็มที่ 250 บาท ถ้าลูกค้าอยากใช้สิทธิ์ให้พอดี บิลไม่ควรเกินยอดนี้

สิทธิ์เหลืออยู่เท่านี้ ต้องเติมเงินอีกเท่าไร

คำถามนี้ถามกันทุกวันที่หน้าเคาน์เตอร์ ลูกค้าเปิดแอปมาบอกว่าเหลือสิทธิ์อยู่เท่านี้ แล้วอยากรู้ว่าซื้อได้ถึงไหน และต้องควักเงินเองเท่าไร คิดได้จากสองบรรทัด

  • บิลที่ใช้สิทธิ์หมดพอดี = สิทธิ์ที่เหลือ ÷ สัดส่วนที่รัฐช่วย เช่น เหลือ 90 บาท รัฐช่วย 60% จะซื้อได้ถึง 150 บาท
  • เงินที่ต้องเติมเอง = ยอดบิลนั้น − สิทธิ์ที่เหลือ จากตัวอย่างเดิมคือ 150 − 90 = 60 บาท

ถ้าลูกค้าซื้อเกินยอดนั้น ส่วนที่เกินไม่ได้แบ่ง 60 : 40 อีกแล้ว ลูกค้าจ่ายเองเต็มจำนวน กรอกช่อง สิทธิ์รัฐที่ลูกค้าเหลือ ด้านบน แล้วตัวเลขทั้งสามจะขึ้นให้เอง

สิทธิ์ที่เหลือซื้อได้ถึง (รัฐช่วย 60%)เติมเงินเอง
150 บาท250 บาท100 บาท
90 บาท150 บาท60 บาท
45 บาท75 บาท30 บาท
12 บาท20 บาท8 บาท

ที่หน้าร้านต้องระวังอะไรบ้าง

  • รับเงินสดเฉพาะส่วนของลูกค้า ส่วนของรัฐจะเข้าบัญชีร้านตามรอบที่โครงการกำหนด ไม่ใช่เงินที่ได้ที่เคาน์เตอร์
  • สินค้าที่ใช้สิทธิ์ไม่ได้ต้องแยกบิล ถ้าโครงการห้ามสินค้าบางกลุ่ม อย่ารวมไว้ในบิลเดียวกับของที่ใช้สิทธิ์
  • สิทธิ์เป็นของลูกค้าแต่ละคนต่อวัน ลูกค้าคนเดิมที่ใช้ไปแล้วบางส่วนในวันนั้น จะเหลือสิทธิ์ไม่เต็มเพดาน ให้กรอกเพดานเท่าที่เหลือจริง
  • ยอดขายของร้านคือยอดเต็ม ไม่ใช่เฉพาะเงินสดที่รับ ตอนสรุปยอดและตอนคิดภาษีให้ใช้ยอดบิลเต็ม

เงื่อนไขจริงให้ยึดตามประกาศ

หน้านี้ทำหน้าที่เดียวคือคิดเลขตามสัดส่วนและเพดานที่กรอกลงไป ไม่ได้ยืนยันเงื่อนไขของโครงการใด สัดส่วนที่รัฐช่วย เพดานต่อคนต่อวัน วันเริ่มและสิ้นสุด ร้านที่เข้าร่วมได้ และสินค้าที่ใช้สิทธิ์ได้ ทั้งหมดนี้เปลี่ยนได้ทุกรอบ ให้ตรวจสอบจากประกาศของหน่วยงานที่ดูแลโครงการหรือแอปของโครงการโดยตรง

ถ้าต้องการคิดเลขทั่วไป บวก VAT 7% หรือคิดส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์ ใช้ เครื่องคิดเลขออนไลน์ ได้ฟรีเช่นกัน ส่วนเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มของร้านค้าอ่านได้ที่หน้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับร้านค้า

ให้ระบบขายหน้าร้านช่วยจำแทน

เครื่องมือนี้คิดให้ทีละบิล แต่ไม่รู้ว่าวันนั้นร้านขายไปกี่บิลและเป็นเงินเท่าไร ถ้าอยากให้ทุกบิลถูกบันทึก ตัดสต๊อก และสรุปยอดปิดร้านให้เอง นั่นคืองานของระบบ POS ของ POSGOGO

คำถามที่พบบ่อย

บิลเกินเพดานสิทธิ์ ลูกค้าต้องจ่ายเท่าไร

จ่ายยอดบิลลบด้วยเงินที่รัฐช่วยจริง ไม่ใช่ 40% ของบิล เช่น บิล 500 บาท รัฐช่วย 60% แต่เพดานวันละ 150 บาท รัฐจ่ายได้แค่ 150 ลูกค้าจึงจ่าย 350 บาท ไม่ใช่ 200 บาท

เพดานสิทธิ์ต่อวันครอบคลุมบิลได้สูงสุดเท่าไร

เอาเพดานหารด้วยสัดส่วนที่รัฐช่วย เช่น เพดาน 150 บาท รัฐช่วย 60% จะครอบคลุมบิลได้เต็มที่ 250 บาท ส่วนที่เกินจากนั้นลูกค้าจ่ายเองทั้งหมด

ลูกค้าเหลือสิทธิ์ 90 บาท ต้องเติมเงินเท่าไร

ถ้ารัฐช่วย 60% สิทธิ์ 90 บาทจะครอบคลุมบิลได้ถึง 150 บาท (90 ÷ 0.6) ลูกค้าจึงเติมเงินเอง 60 บาท ถ้าซื้อเกิน 150 บาท ส่วนที่เกินลูกค้าจ่ายเองทั้งหมด

เครื่องมือนี้ยืนยันเงื่อนไขโครงการได้ไหม

ไม่ได้ หน้านี้คิดเลขตามสัดส่วนและเพดานที่กรอกเท่านั้น เงื่อนไขจริงให้ยึดตามประกาศของหน่วยงานที่ดูแลโครงการ

ร้านได้รับเงินส่วนของรัฐอย่างไร

ขึ้นกับระเบียบของแต่ละโครงการ โดยทั่วไปร้านรับเงินสดจากลูกค้าเฉพาะส่วนของลูกค้า ส่วนของรัฐจะโอนเข้าบัญชีร้านตามรอบที่กำหนด ให้ตรวจสอบกับแอปหรือประกาศของโครงการโดยตรง