1. ประเมินเงินทุนก่อนหาทำเล
คนส่วนใหญ่เริ่มจากหาทำเล ซึ่งทำให้ตัดสินใจด้วยความอยากมากกว่าตัวเลข ลองตั้งงบรวมก่อนแล้วค่อยหาทำเลที่งบไปถึง
| รายการ | ประมาณการ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค่าเช่า + เงินมัดจำ | ฿15,000–60,000 | ขึ้นกับทำเล มักเป็นค่าเช่า 2–3 เดือน |
| ชั้นวางและตู้แช่ | ฿20,000–80,000 | ตู้แช่มือสองประหยัดได้มาก |
| สินค้าล็อตแรก | ฿50,000–150,000 | ก้อนใหญ่ที่สุดและเสี่ยงที่สุด |
| ระบบขาย + เครื่องพิมพ์ | ฿0–8,000 | ใช้มือถือที่มีอยู่ได้ ค่าระบบเริ่มที่ฟรี |
| เงินสำรองหมุนเวียน | ฿30,000–50,000 | สำคัญ อย่าใช้จนหมดกับของล็อตแรก |
ตัวเลขนี้เป็นช่วงกว้างเพื่อใช้ตั้งต้น ร้านเล็กในชุมชนอาจใช้ต่ำกว่านี้มาก และร้านหน้าถนนใหญ่จะสูงกว่านี้
2. เลือกทำเลจากคนเดิน ไม่ใช่จากค่าเช่า
ค่าเช่าถูกที่ไม่มีคนเดินแพงกว่าค่าเช่าแพงที่มีคนเดินเสมอ ก่อนตัดสินใจให้ไปนั่งนับคนผ่านหน้าร้านจริงในช่วงเช้า เย็น และวันหยุด อย่างละหนึ่งชั่วโมง
ดูด้วยว่ารัศมี 300 เมตรมีร้านชำอยู่แล้วกี่ร้าน และร้านพวกนั้นขายอะไรที่เราจะไม่ไปชนตรงๆ
3. สินค้าล็อตแรก — เริ่มแคบแล้วค่อยขยาย
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือสั่งของหลากหลายเกินไปตั้งแต่วันแรก เพราะกลัวลูกค้าหาไม่เจอ ผลคือเงินจมกับของที่หมุนช้า
- เริ่มจากของที่ ทุกบ้านต้องใช้ — ข้าวสาร น้ำมัน น้ำปลา ไข่ น้ำดื่ม ผงซักฟอก
- เติมของที่ ซื้อบ่อยกำไรดี — ขนม เครื่องดื่ม บุหรี่ (ถ้ามีใบอนุญาต)
- ของสดค่อยเพิ่มเมื่อรู้แล้วว่าละแวกนี้ซื้ออะไร
- สั่งของหมุนเร็วบ่อยๆ ครั้งละน้อย ดีกว่าสั่งครั้งเดียวเยอะเพื่อเอาส่วนลด
4. ตั้งราคาให้เหลือกำไรจริง
ร้านชำกำไรต่อชิ้นน้อยและอยู่ได้ด้วยจำนวนรอบ การตั้งราคาจึงต้องแม่น ไม่ใช่บวกๆ เอาตามความรู้สึก
สินค้าต้นทุน 25 บาท อยากได้กำไร 20% ของราคาขาย ต้องขายที่ 25 ÷ (1 − 0.20) = 31.25 บาท ไม่ใช่ 30 บาท (การบวก 20% จากต้นทุนให้กำไรเพียง 16.7% ของราคาขาย)
อ่านวิธีคิดแบบละเอียดได้ที่ คำนวณต้นทุนและกำไร
5. วางระบบขายตั้งแต่วันแรก
ร้านที่เริ่มด้วยลิ้นชักกับสมุด มักไม่รู้ว่าของหายไปเท่าไหร่จนกระทั่งสายเกินแก้ ระบบขายทำสามอย่างที่สมุดทำไม่ได้ — ตัดสต๊อกทุกครั้งที่ขาย บอกกำไรรายบิล และบอกว่าของตัวไหนขายดี
ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเพื่อเริ่ม เปิด POSGOGO บนมือถือที่ใช้อยู่ได้เลย และมีฟีเจอร์ที่ร้านชำต้องใช้จริง เช่น ของสดชั่งกิโลและการเชื่อมสต็อกลัง–แพ็ก–ชิ้น
6. เรื่องจดทะเบียนและภาษี
- ร้านเล็กเริ่มในนามบุคคลธรรมดาได้ ยื่นภาษีเงินได้ตามปกติ
- จดทะเบียนพาณิชย์ที่เขต/เทศบาลในพื้นที่
- รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจด VAT
- ขายบุหรี่หรือสุราต้องขอใบอนุญาตแยก
ระเบียบเปลี่ยนได้ ให้ตรวจกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนดำเนินการ
7. 30 วันแรก ให้ดูตัวเลขสามตัว
- ยอดขายต่อวัน — พอชนค่าเช่ากับค่าของหรือยัง
- กำไรต่อวัน — ไม่ใช่ยอดขาย ตัวนี้คือตัวที่บอกว่ารอดไหม
- ของที่ยังไม่ขยับเลย — คือเงินที่นอนอยู่บนชั้น อย่าสั่งซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
เปิดร้านขายของชำใช้เงินเท่าไหร่
ร้านเล็กในชุมชนเริ่มได้ประมาณ 100,000–150,000 บาทรวมของล็อตแรกและเงินสำรอง ส่วนร้านขนาดกลางหน้าถนนมักอยู่ที่ 200,000–350,000 บาท
ควรสั่งสินค้าล็อตแรกกี่รายการ
เริ่มจากของจำเป็นที่หมุนเร็ว 100–200 รายการก็พอ แล้วค่อยเพิ่มจากสิ่งที่ลูกค้าถามหา การเริ่มกว้างเกินไปทำให้เงินจม
ร้านชำกำไรกี่เปอร์เซ็นต์
ทั่วไปอยู่ราว 10–25% ต่อชิ้นแล้วแต่ประเภทสินค้า ของใช้จำเป็นกำไรบาง ส่วนขนมและเครื่องดื่มมักกำไรดีกว่า จึงต้องอาศัยจำนวนรอบการขาย
จำเป็นต้องใช้ระบบ POS ตั้งแต่แรกไหม
ควรใช้ เพราะสิ่งที่แก้ยากที่สุดคือการไม่รู้ว่าของหายไปไหนและกำไรจริงเท่าไหร่ เริ่มใช้ฟรีได้โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง
จดทะเบียนพาณิชย์ที่เขตหรือเทศบาล ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจด VAT และถ้าขายบุหรี่หรือสุราต้องขอใบอนุญาตแยก